วันนี้เรามาพร้อมกับข้อมูลแนะนำฉบับคนอยากผอมกับ 5 เมนูลดน้ำหนัก ที่ช่วยให้สามารถ ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ ไม่ต้องไปพึ่งตัวช่วยจากภายนอก เพียงแค่เลือกอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และมีวินัยให้กับตนเอง เพียงเท่านี้ก็สัมฤทธิ์ผล

ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง

เมนูอาหารฉบับคนอยากผอม

ต้มจืดไก่สับ

เปิดด้วยเมนูแรกกับต้มจืดไก่สับ อย่างที่รู้กันว่าเวลาลดน้ำหนักให้ทานอาหารประเภทต้ม และหลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดหรืออาหารที่ต้องใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ โดยเมนูนี้จำนวนแคลอรี่ต่อจานอยู่ที่ 250 กิโลแคลอรี่โดยเฉลี่ย ถือเป็นตัวเลขกำลังดีเหมาะสำหรับคนอยากผอม โดยไม่จำเป็นต้องอดอาหาร

สุกี้เส้นผักอกไก่

เมนูสุกี้ก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์คน ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง วันนี้เอามาฝากกับเมนูที่ชื่อว่าสุกี้เส้นผักอกไก่ ประกอบไปด้วยผัก เส้น อกไก่ และก็ไข่ไก่ เป็นเมนูโปรดของใครหลายคน คาดว่าเมนูนี้น่าจะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักได้ขณะที่ยังทานอาหารอร่อยถูกปากได้อยู่ จานนี้จำนวนแคลอรี่อยู่ที่ 230 กิโลแคลอรี่โดยเฉลี่ยต่อจาน

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเส้นบะหมี่ผัก

จานนี้เอาไป 270 กิโลแคลอรี่โดยเฉลี่ย อีกหนึ่งเมนูน่าอร่อย เหมาะสำหรับคนที่กำลัง ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ถ้าชอบทานก๋วยเตี๋ยวหรือเมนูเส้นรวมถึงชอบต้มยำหรืออาหารรสเผ็ดแบบไทยๆ เป็นพิเศษ ก็คงต้องให้จานนี้เป็นที่พึ่งยามหิวแล้ว ฟังแค่ชื่อก็น่าอร่อยแบบที่คนลดน้ำหนักสามารถทานได้ไม่ต้องกังวลเลย

ข้าวผัดน้ำพริกปลาทูน่า

ถ้าพูดถึง เมนูลดน้ำหนัก น้ำพริกกินกับผักต้มและเนื้อปลาอย่างทูน่าก็ได้ใจใครหลายๆ คนอยู่เหมือนกัน สำหรับจานนี้ยังเพิ่มคาร์โบไฮเดรตด้วยข้าวสวยในปริมาณพอเหมาะ จานนี้จำนวนแคลอรี่อยู่ที่ 280 กิโลแคลอรี่โดยเฉลี่ย ตัวเลขนี้กำลังดีทีเดียว เหมาะสำหรับคน ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง อีกทั้งยังได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่อีกด้วย

สลัดแซลมอนกุ้งย่าง

ชื่อเมนูนี้แค่ได้ยินก็น้ำลายสอ เพราะเนื้อปลาแซลมอนเป็นอะไรที่เด็ดดวงอย่าบอกใคร เชื่อว่าหลายคนโปรดปรานในสิ่งนี้ ไหนจะมีกุ้งย่างเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญอีกต่างหาก พรั่งพร้อมด้วยสลัดที่มีผักเป็นตัวช่วย นับจำนวนแคลอรี่จานนี้อยู่ที่ 320 กิโลแคลอรี่ ถือว่ากำลังดีไม่มีผลต่อน้ำหนักตัวมากนัก

ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ง่ายๆ ด้วยการนับแคลอรี่

วิธีการลดน้ำหนักสำหรับคนอยากผอมที่ได้รับความนิยมก็คือการนับแคลอรี่เพื่อทราบความต้องการพลังงานในแต่ละวัน มีสูตรการคำนวณแบ่งออกเป็นของผู้หญิงและของผู้ชาย ได้แก่

  • BMR สำหรับผู้ชาย = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)) + (5 x ส่วนสูง (เซนติเมตร)) – (6.8 x อายุ)
  • BMR สำหรับผู้หญิง = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)) + (1.8 x ส่วนสูง (เซนติเมตร)) – (4.7 x อายุ)

ทั้ง 2 สูตรนี้จะใช้บอกความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคล ซึ่งช่วยในการเลือกทานอาหารได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงอายุ 26 มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ส่วนสูง 162 เซนติเมตร ก็ให้แทนค่าเข้าไปในสูตร “BMR สำหรับผู้หญิง” จะได้เท่ากับ 665 + (9.6 x 50) + (1.8 x 162) – (4.7 x 26) ค่า BMR ที่ได้จะเท่ากับ 1,314.4 กิโลแคลอรี่

ทั้งนี้ค่าที่ได้ยังสามารถนำมาคำนวณให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทำประจำวันได้ด้วย ได้แก่

  • ไม่ได้ออกกำลังกายเลย ชีวิตประจำวันทำงานนั่งอยู่กับที่ ให้เอาค่า BMR x 2
  • ออกกำลังกาย 1-3 วันต่อสัปดาห์ ในหนึ่งวันมีการเดินเล็กน้อย ทำงานออฟฟิศ ให้เอาค่า BMR x 375
  • ออกกำลังกาย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ในหนึ่งวันมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ให้เอาค่า BMR x 55
  • ออกกำลังกาย 6-7 วันต่อสัปดาห์ มีการเล่นกีฬาอย่างหนัก ให้เอาค่า BMR x 725
  • ออกกำลังกายหนักมาก หรือเป็นนักกีฬา หรือการทำงานใช้แรงงานมาก ให้เอาค่า BMR x 9

สมมติว่าผู้หญิงอายุ 26 ปีข้างบนเป็นพนักงานออฟฟิศ เข้าฟิตเนส 1-3 วันต่อสัปดาห์ก็เอาค่า 1,314.4 x 1.375 จะได้ค่าเท่ากับ 1,807.3 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นในการเลือกทานอาหารผู้หญิงคนนี้จะต้องทานอาหาร 3 มื้อและระหว่างมื้อรวมกันไม่เกิน 1,807.3 กิโลแคลอรี่ต่อวัน

จะเห็นว่าเราสามารถ ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องอดอาหารให้ร่างกายขาดและรู้สึกทรมานแต่อย่างใด อีกทั้งยังสามารถเลือกทานเมนูแสนอร่อยได้อีก เพียงแค่รู้จักเลือกทานเน้นที่ เมนูลดน้ำหนัก โดยเฉพาะ รู้แบบนี้แล้วใครที่กำลังอยากผอมแต่ห้ามปากตัวเองไว้ไม่ไหว ก็อย่าลืมเอาวิธีการเลือกทานอาหารและวิธีการคำนวณความต้องการพลังงานไปใช้ คาดว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาดีอย่างแน่นอน

อาหารเสริมลดน้ำหนัก

อาหารเสริมลดน้ำหนัก – Next-15 ราคา 550.-   >>> SHOP NOW <<<

เรียบเรียงโดย ShopSpot

ทีมงาน ShopSpot ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้ใด คัดลอก ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหา
ในหน้านี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฏหมาย

ติดต่อลงโฆษณา  Click 

 

Follow us on Instagram : ShopSpot_TH
Facebook : ShopSpot TH

Download iOS – appsto.re/th/pTjXE.i
Android – goo.gl/4j6GlD