hlm_cover4

“Live in Cultural Consciousness” คือหลักของแบรนด์
รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ Horselegmarking

Y1hNy8SDvUvRZ2rh1fyTltpvinmmi0XJc-XVGe14iBg

“หากจะกล่าวถึงการสร้างแบรนด์ มันเป็นสิ่งที่มาจากทัศนคติของเรา ที่ออกแบบสิ่งที่ตัวเองรัก โดยที่เราอยากส่งต่อคุณค่าดีๆ เป็นอีกหนึ่งเสียงในการเอาเรื่องราวที่มีคุณค่า มาแสดงออกในด้านศิลปะ และ มันก็คงต้องเป็นอะไรที่เรามีอินเนอร์กับมันมากๆ มากถึงกระทั่งทำมันออกมาได้อย่างไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย”

photo 2

photo 4
 photo 12

หลังจากที่เราได้พบกับคุณฝ้าย ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Horselegmarking จากร้าน Horselegmarking
ที่เจเจ (โครงการ 3 ซอย 45/1 เลขที่ 317)
ทำให้เราประทับใจมากๆ ทั้งในตัวสินค้า แบรนด์ และเรื่องราวต่างๆที่คุณฝ้าย พยายามเล่าผ่านผลงานของเธอ
เราจึงอดไม่ได้ ที่จะนัดสัมภาษณ์ กับคุณฝ้ายอีกครั้งหนึ่ง!!

วันนี้เรานัดคุณฝ้ายที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ย่านอารีย์ ในตอนสายๆของวันพุธ
คุณฝ้ายมาตรงเวลาพอดี หลังจากสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อย คุณฝ้ายก็เริ่มลงมือ
จัดแจงรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อที่เธอนำติดตัวมาด้วยวันนี้ เพื่อให้เราเห็นภาพกันด้วยละค่ะ

IMG_8458-2

IMG_8446
คุณฝ้าย ชาลิสา เป็นผู้ออกแบบรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ภายใต้แบรนด์ Horselegmarking

จุดเริ่มต้น กว่าจะเป็นแบรนด์ Horselegmarking
เราเริ่มจากการเรียน การทำงาน หรือ ท่องเที่ยวต่างๆ การเดินทางไปในที่ต่างๆ เรารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์มาก ทั้งวัฒนธรรม ใช้ชีวิต เรื่องเล็กๆน้อยๆ ต่างๆ เพราะด้วยปัจจุบันที่ทุกวันนี้เราพยายามใช้ชีวิตตามแบบฉบับ เหมือนๆกัน ทั้งๆที่เราอยู่ในบริบท หรือ มีการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน แต่เรากลับลืม คุณค่า ในเรื่องของ วัฒนธรรมพื้นบ้าน ประเพณี ต่างๆที่เรามีอยู่ ที่เราอาจจะมองข้ามไปแล้ว แต่จริงๆเค้ามีพื้นฐานการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ อย่างคอลเลคชั่นเเรกเราก็เลยเอาหยิบเอา รถอีแต๋น มาใช้เป็นแรงบันดาลใจค่ะ ซึ่งจริงๆ ตัวแบรนด์เริ่มมาประมาณปีนึง ตั้งแต่เดือนกันยาปีที่แล้ว

IMG_8413-4

photo 8
photo 9

ชื่อแบรนด์ Horselegmarking มีที่มา..
ในตอนแรกเราก็นั่งคิดอยู่เหมือนกันนะ ว่าจะยังไงดี แล้วด้วยความที่อยากให้เป็นสิริมงคล จึงหยิบเอาปีนักษัตรของคุณพ่อ ซึ่งเกิดปีม้า มาใช้เป็นชื่อ ซึ่งคุณฝ้ายก็ลองค้นหาข้อมูลต่อว่าสามารถใช้จุดไหนของม้า ที่จะตรงกับ Concept เราอีกได้บ้าง ก็ได้ไปเจอคำว่า Horse Leg Marking ซึ่งม้าจะมีตำหนิที่ขาหลัง สีขาว เหมือนคนที่มีปาน ที่บ่งบอกว่าเป็นคนคนนั้น แต่สำหรับม้าจะเป็น Marking ที่มีสีขาว ในแต่ละตัวที่ต่างกัน แต่จริงๆก็มีได้หลายตำแหน่งนะ ที่หน้า ที่คอ แต่เราเลือกจุด ตำหนิที่ขามาใช้ ซึ่งสื่อตรงตัวกับทางแบรนด์ ถ้าลองกลับไปดูจริงๆม้าแต่ละตัวก็จะมีตำหนิที่ขา 4 ข้างที่แตกต่างกันออกไปอีก แล้วเราก็ได้เอาจุดเด่นนี้ไปใส่ในตัวรองเท้าที่มีดีไซน์สองข้างด้านหลังที่ไม่เหมือนกัน ทั้ง Concept ที่หยิบเอาวัฒนธรรมแต่ละที่ที่แตกต่างกันออกไป กับทั้งรองเท้าที่เป็นงาน Handmade ที่เราทำแต่ละคู่ก็จะมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกันแน่นอน

อีกทั้ง ด้วยสไตล์ของแต่ละคน ที่หยิบรองเท้าของเราไปใส่ ก็จะเกิดเป็นสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน เป็นไปตาม Character ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นเวลาลูกค้าซื้อรองเท้า เราจะแนะนำให้เขา อย่าเอารองเท้าของเราเป็นตัวตั้งในการแต่งตัว เราจะบอกให้เขา แต่งเลย ใส่ในแบบของเขาเลย แล้วให้รองเท้าเราเป็นส่วนเติมเต็ม ซึ่งสุดท้าย มันก็จะเกิดเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน เหมือนชื่อแบรนด์ที่สื่อทุกอย่างออกมาได้เช่นกันค่ะ

horselegmarking
ทำไมต้องเป็นรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ?

ในเมื่อเราคิดแล้วว่าเราจะสื่อวัฒนธรรมออกไป มันก็มีข้อมูล เรื่องราว ทั้งในหนังสือ ในอินเตอร์เน็ต หรือในพิพิธภัณฑ์ แต่เรากลับมามองว่ามันไม่พอหรือเปล่าที่คนจะรับรู้ได้ถึงวัฒนธรรมเหล่านั้น เราก็เริ่มหันมามองอะไรที่เราสามารถใช้ได้ทุกวัน ที่เราสามารถใส่ติดตัวได้ตลอด แล้วรองเท้า มันเป็นไอเท็มเครื่องแต่งตัวที่โดดเด่นที่สุด อย่างเครื่องแต่งกายอื่นๆ มันอาจจะมีใส่อะไรทับได้ แต่รองเท้าเนี่ย เราใส่ทุกวัน การใช้งานของคนคือมันเคลื่อนไหวตลอดเวลา แล้วมันเป็นตัวดึงดูดคนให้เห็นได้ดีที่สุด เราก็เลยใส่เรื่องราวลงไปในรองเท้า และส่วนตัวคือ เราชอบรองเท้าผ้าใบอยู่แล้วด้วย เราก็กลับมาคิดว่า จะทำแบบไหน เหมือนเราเอาตัวเองเป็นลูกค้าคนนึง ดูความต้องการว่าเราอยากมีรองเท้าผ้าใบ แบบไหนแล้วก็ลองออกแบบออกมาดู จนออกมาได้เป็นรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ (กึ่งๆรองเท้าบูท)

IMG_8399-2

IMG_8418-2“Concept ของแบรนด์ Horselegmarking”
Core หลักของแบรนด์ Horselegmarking คือ Live in Cultural Consciousness เป็นหลักในทุกๆขั้นตอน ทั้งกระบวนการคิด ออกแบบ ขั้นตอนการเลือก Materials ที่คำนึงถึงทั้งสภาพแวดล้อม ทั้งคุณภาพ และ ด้านเศรษฐกิจ, วิธีการทำรองเท้า ที่เป็น Handmade ทั้งหมด รวมไปถึงการออกแบบในทุกๆส่วนของรองเท้าหนึ่งคู่ ที่สามารถเล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างชัดเจน

IMG_8416-3

IMG_8431

IMG_8419

“โชว์งานที่ญี่ปุ่น คือการ เปิดตัวครั้งแรก”
เราเอาตัวท็อปคือ รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ เป็นตัวไปโชว์ครั้งนั้น เล่าก่อนว่าเป็นงานโชว์ผลงานชื่อ Rooms คือเดิมทีเคยได้เข้าไปดูผลงานของ Rooms อยู่แล้วแล้วรู้สึกสนใจ คือ เขาไม่ใช่แค่ โชว์ผลงานแล้วขาย แต่ที่เค้าเน้นคือ Concept ให้ความสำคัญ กับ”บริบท”รอบข้าง ไม่ใช่จะขายของอย่างเดียว ซึ่งภายในงานคนที่มา จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น คนทั่วไปไม่สามารถเข้าได้

photo 17
แล้ววันนึง แบรนด์เราเริ่มเห็นภาพชัดเจน เราเลยลองส่งผลงานไป แล้วสรุปพอเขาอ่านเรื่องราว เห็นสินค้าเรา เขาเข้าใจหมดเลย ก็เลยได้ไปออกงาน ซึ่งในตอนแรกเราคิดว่าจะได้ไปวางตรงดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ แต่เรากลับได้ไปวางในโซน Ethical เหมือนเป็นโซนเพื่อสังคม ง่ายๆ คือเหมือนได้ไปอยู่ในโซน Eco, Sustainable แต่ที่มากกว่านั้นคือ เราอยากให้ช่วยสังคมจริงๆ สิ่งที่เราจะสื่อ มันมากกว่าสินค้า มันคือ วัฒนธรรม

photo 10

มีอีกอย่างที่อยากสื่อเรื่องความ Ethical จริงๆเรามองมากกว่านั้นคือ เราคิดว่ามันจะพอเป็นได้มั้ย ที่เราจะลองเปลี่ยนให้คนหันกลับมามองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เค้ามีอยู่ เหมือนบางทีมันฟุ้งเฟ้อเกินไป พอเราได้เข้าใจวัฒนธรรมคนอื่นเรียนรู้อะไรที่หลากหลายมากขึ้นมันเหมือนเราได้บาลานซ์กัน และหันกลับมาเห็นคุณค่าสิ่งที่เรามี

photo 23
“ตอนไปจัดแสดงโชว์ที่ญี่ปุ่นงาน Rooms29″
ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าจะอยู่ในโซน Ethical แต่พอได้เข้าไป ก็ได้พื้นที่ในบูธกว้างขึ้นมาก ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับสินค้าอย่างเดียวนะ เขามองภาพรวม ทั้งการออกบูธด้วย เพราะฉะนั้นเราก็เตรียมตัวไปเต็มที่เลยค่ะ เอาชิ้นส่วนรถอีแต๋นไป ชิ้นไม้เก่าๆเลย ไปเอามาจากชัยภูมิ ก็ยกเอาไปที่นู่น แล้วก็เอาบล็อกสกรีน เอาลายที่เราทำไปด้วย เขาก็จะได้เข้าใจ เห็นภาพ และเราก็รู้สึกว่าเขาก็เปิดกว้าง และให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของที่อื่นๆด้วย

EchQl9qjjs9iHBacIywg66Ych4QYfhjXe_mUa8qaUiE
“เราอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน เราจึงควรเข้าใจบริบทรอบข้างของเราจริงๆ ซึ่งมันจะพาเราไปถึงเรื่อง Sustainable ของการใช้ชีวิต”
จากตอนที่ไปออกงานที่ญี่ปุ่น จริงๆแล้ว ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่พัฒนามาก แต่เขายังคงคุณค่า และให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของเขา สังเกตุได้เลยเวลาไปญี่ปุ่น เราจะมีความรู้สึกว่านี้มันญี่ปุ่นมาก มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่รู้สึกเหมือนที่อื่นๆ เพราะ ด้วยความที่เขาไม่ได้ทิ้งอะไรที่มีอยู่ ทั้งภูมิปัญญา หรือ วัฒนธรรมการใช้ชีวิต มันจึงถูกพัฒนาควบคู่ไปกับสิ่งต่างๆรอบตัวเขา ซึ่งเราก็มองว่าที่นี่ยังทำได้เลย

ระหว่างแสดงผลงานที่ญี่ปุ่นก็มีคนสนใจ ติดต่อไปลง Free Magazine ที่นั่น
เป็นนิตยสาร Free copy based in Tokyo, Japan หัวหนังสือเป็น Bilingual Culture Magazine (จริงๆ ณ ตอนนั้นแค่ได้ทราบหัวหนังสือก็อยากร่วมงานด้วยแล้วคะ) ย้อนไปตอนที่ Horselegmarking ออกแสดงงานที่ Rooms29 เจ้าของนิตยสารและทีม Wooly Magazine เข้ามาที่บูธ พอได้ทราบเรื่องราว บวกกับเห็นงานของเราก็เชิญเราให้ไปร่วม Collaboration กับเขา โดยงาน Collaboration ถือเป็นส่วนหนึ่งในนิตยสารฉบับพิเศษ สำหรับงาน “The Tokyo Art Book Fair 2014″ นอกจากนี้ทาง Wooly Magazine ก็มีเขียนบทความของแบรนด์เราขึ้นเว็ปไซต์ด้วยนะคะ

MB8k7JcDt-ojt3L4MLsqTgbHD0uqvvh0Uo9S1T187ao

no6qiTgJosdMEostcurl6hfVxKQtCrjh8KAZKakMSKo

photo 5

“Feedback หลังแสดงผลงานที่ญี่ปุ่น”
ถ้าพูดถึงคนร่วมงาน ก็จะเป็น ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ สื่อต่างๆ หรือแม้กระทั่งนักเรียนที่มาทัศนศึกษา ระหว่างแสดงผลงานก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแฟชั่นชื่อดัง เขามาพูดกับเราว่า เขารู้สึกว่าแบรนด์เราเป็น Brand for future เขาบอกว่า Concept กับ ที่มา อะไรหลายๆอย่าง มันดูใหม่มาก ยังไม่เคยเห็นมาก่อน เราก็รู้สึกประทับใจค่ะ อีกอย่างด้วยความที่บูธเราอยู่โซน Ethical มันต้องเป็นอะไรที่จับต้องได้ ต้อง Eco เป็นชิ้นงานมาเลย ซึ่งเขาก็สงสัยนะว่าทำไมเราอยู่โซนนี้ ทำไมไม่อยู่พวกโซนแฟชั่นอะไรแบบนี้ พออธิบายเรื่องราว ที่มาให้เขาฟัง เขาก็เข้าใจ จริงๆทางญี่ปุ่นเค้าส่งเสริมในเรื่องพวกนี้มากๆและด้วยตัวแบรนด์ของเราก็สื่อสารออกมาอย่างชัดเจน ก็ถือว่ามีผลตอบรับที่ดีค่ะ

12250058_1737364879820729_8489104260967260739_n-1
“จุดเริ่มต้น เปิดตัวในประเทศไทย”
เริ่มต้นเราไม่ได้คิดว่าจะสร้างไวรัลของแบรนด์เราอยู่แล้ว ด้วยความที่เราเป็นแบรนด์ชัดเจน เราก็รู้สึกว่าเราให้ความสำคัญของก้าวแรกๆของเรามาก ต้องชัดเจน และต้องตอบสิ่งที่เราพยายามจะพูด เริ่มแรกที่กลับมา เราก็เริ่มอยากให้คนเห็นงานเรามากขึ้น โดยเราเริ่มจาก ติดต่อ The Selected ที่ Siam Center ก่อน เราเห็น Concept ร้านเขา แล้วเราค่อนข้างมั่นใจ ว่าเขาสนับสนุนแบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทย พอได้เห็นจุดยืนที่ตรงกัน และเค้าเห็น Concept เรา แล้วเขาก็ซื้อและยินดีให้เราเอาไปวางค่ะ

พอหลังจากนั้นเราเลยขยาย มาเปิดหน้าร้านที่ จตุจักร เพราะเวลาว่างเสาร์อาทิตย์ เราจะได้มาเจอลูกค้าเอง ได้บอกเล่าเรื่องราว ได้พูดคุยกับลูกค้าเอง ซึ่งทำให้เราได้รู้จักลูกค้าของเรามากขึ้น

CrWhQoRTMEuedg8_44m7J8WdJpwGAsQ6kYsdIquF35I
พอจะเต็มอิ่มกับเรื่องราวจุดเริ่มต้นของ รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ จาก แบรนด์ Horselegmarking
กันไปพอสมควรแล้วเนอะ ตอนต่อไป ห้ามพลาด! เรื่องราวของรองเท้าแต่ละคู่กันนะคะ

เว้นให้พักสายตา หายใจกันแปปนึง เดี๋ยวกลับมาอ่านเรื่องราวกันต่อได้ใน ตอนที่ 2
ของบทสัมภาษณ์แบรนด์ Horselegmarking กันค่ะ :)

 

สามารถตามไปอ่านบทความจาก นิตยสาร Wooly+ ที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
http://wooly-web.com/fashion/horselegmarking/

HORSELEGMARKING®
108/20 Soi Pradipat 19, Pradipat RD., Samsennai, Phayathai,
Bangkok, 10400, Thailand
Mobile: +66-81-470-9895
Fax: +66-2-618-4508
Email : cpornmuttawarong@gmail.comcontact@horselegmarking.com
Website : www.horselegmarking.com
Facebook : www.facebook.com/horselegmarking
Instagram : horselegmarking

 

 

เรียบเรียงโดย ShopSpot
ทีมงาน ShopSpot ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้ใด คัดลอก ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหา
ในหน้านี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการใช้กรุณาติดต่อ : info@shopspotapp.com

ติดตามข่าวสารของเราได้ที่
Follow us on Instagram : ShopSpot_TH
Facebook : ShopSpot TH

Shopspot_free_download

บทความที่คุณอาจจะชอบ

Exclusive Interview with “จูน จูน” และ...   ความดีสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ความดีที่ ShopSpot และกลุ่ม Sharerity inc. อยากจะพูดถึงในครั้งนี้เป็นนำการทำความดีและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มาเ...
‘มายด์ อนิส’ สาวสวยหน้าคม นักแสดงสาวไฟ... ยู้ฮูวววว ! หายหน้าหายตากันไปนาน วันนี้ ShopSpot อยากจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับสาวสวยมากความสามารถ มายด์ อนิส สุวิทย์ ที่เคยมีผลงานรับบทเป็น 'มะเ...
บทสัมภาษณ์ : Songbird แบรนด์เสื้อผ้าสุดชิค ดีไซน์โ... วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ Casual ที่หยิบมาใส่ได้ในทุกๆ วันของสาวๆ กับความมีเอกลักษณ์สุดๆ แบรนด์ แถมสาวๆที่ได้สวมใส่ก็มีความเก๋ไม่ซ...
บทสัมภาษณ์ : Typer ผู้กระตุ้นวงการ Calligraphy ให้... บทสัมภาษณ์ นาย (ไชยวัฒน์ ศรีวิลาศ) กับเพจ Typer ผู้กระตุ้นวงการ Calligraphy ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมกับก้าวสู่เส้นทางของ Lettering Designer "...