shopspot_typer1

บทสัมภาษณ์ นาย (ไชยวัฒน์ ศรีวิลาศ) กับเพจ Typer ผู้กระตุ้นวงการ Calligraphy ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมกับก้าวสู่เส้นทางของ Lettering Designer

IMG_9362

“การเขียน” เป็นทักษะที่ทุกคนได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโต เรารู้จักและคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่า การเขียนตัวอักษรจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง การสร้างสรรค์ผลงานด้วยมือของเรา กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนหันกลับมามอง และ ให้ความสำคัญ ซึ่งการเขียนน่าจะเป็นเรื่องที่ทุกๆคน เคยผ่านมากันครบแล้ว ทั้งตอนที่เรียนคัดลายมือ ตอนที่เขียนหน้าปกรายงาน หรือ ทำการ์ดให้แม่ เขียนจดหมายถึงแฟน …

IMG_9193

IMG_9224
วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งคุยกับ Lettering Designer คนนึง เรานัดเจอกันที่ร้าน Fab Cafe ย่านอารีย์ เพื่อนั่งคุยกับ ผู้ก่อตั้งเพจ Typer กับนาย (ไชยวัฒน์ ศรีวิลาศ) ที่มี Passion และความชื่นชอบในการเขียน โดยเริ่มต้นเส้นทางนี้จากความชอบล้วนๆ ที่อยากทำให้วงการเขียน Calligraphy ในไทยตื่นตัว ซึ่งเป็นอีกแรงกระตุ้น และผลักดันให้ศาสตร์การเขียนเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ :

IMG_9333
ครับ ชื่อ นาย ไชยวัฒน์ ศรีวิลาศ จบมาจากคณะมัณฑศิลป์ ศิลปากร เริ่มจากทำงานอยู่ในเอเจนซี่โฆษณา ทำอยู่ประมาณเกือบ 2 ปี แล้วระหว่างนั้นเราก็อยากเขียนอะไรบางอย่าง จริงๆมันเป็นจดหมาย เราก็เลยมาคิดว่าจะเขียนยังไงให้สวย กลายเป็นว่า จดหมายเนี่ย ไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่เรากำลังชอบสิ่งที่เรากำลังเขียนมาก อันนั้นเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราชอบเขียน Calligraphy

IMG_9274

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง :
ตอนนี้เทเวลาให้ Typer อย่างเดียวเลย ตอนแรกเราเป็นครีเอทีฟโฆษณา แต่ตอนนี้เราออกมาทำ Typer เป็น Lettering Designer ออกแบบเกี่ยวกับตัวอักษรอย่างเดียว

13086930_1740000696240001_3005665285611771331_o

แล้วทำไมถึงต้องเป็น Calligraphy :
มันเป็นสิ่งที่ คนที่ทำได้จริงยังมีน้อย ในไทยนะ ก็เลยลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง คือนายไม่ได้มีคนสอน เราเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่อยากเริ่มเขียนจดหมายนั่นแหละ ก็ลองเขียนมาตลอด จนมาถึงวันนึง เพื่อนที่ทำงานให้ลองสอนเขียน แล้วกลายเป็นว่า เฮ้ย มันก็น่าจะทำอะไรได้นะ ไม่เคยคิดว่าเพื่อนรอบตัวเราจะสนใจขนาดนั้นแบบ เห้ย ยืมปากกาหน่อย ลองนู่นลองนี่ แต่ตอนนั้นเราเริ่มจากปากกา Fountain Pen เนื่องจากไม่รู้อะไรเลย มันไม่ได้เหมาะสำหรับ Beginner และเราก็เลย กลายเป็นคนที่เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ที่แพง ซึ่งมันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ถ้าจะเริ่มเรียนรู้การเขียน Calligraphy ควรเริ่มจากแบบจุ่ม ( nib holder ) ก็พอแล้ว

12803056_1720118104894927_8850150086511455637_n
ปากกาคอแร้งแบบจุ่มหมึก (oblique pen holder)

12066017_1681109798795758_8643242766640575205_n

ความแตกต่างระหว่าง Fountain Pen กับ คอแร้ง แบบจุ่มหมึก มันยากง่ายต่างกันยังไงบ้าง :
ถ้าพูดถึงความสวยงามอะ ตัวแบบจุ่มหมึกน่าจะกินขาด แต่เรื่องความสะดวกในการเขียน น่าจะเป็นแบบ Fountain Pen เพราะเวลาเราเขียนปากกาแบบจุ่ม เราต้องมีทั้งหมึก ทั้งหัวปากกา ถ้าจะเขียนทีนึง ก็ต้องพกอุปกรณ์หลายๆชิ้น แต่อย่าง Fountain Pen หมึกมันอยู่ในตัวได้ คือมีแค่นั้นแล้วจบเลย ส่วนตัวเราจะชอบลายเส้นแบบคอแร้งมากกว่า เพราะมันสวยกว่า แต่ถ้าต้องออกไปข้างนอก เราก็จะพกแค่ Fountain Pen

IMG_9315
ปากกาแบบ Fountain Pen สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

สไตล์การเขียนของ Typer :

IMG_9302

เราไม่ได้มีสไตล์การเขียนตายตัวขนาดนั้น แต่ถ้าถนัด จะถนัดเขียนแบบ Modern Calligraphy มากกว่า นายจะไม่ถนัดแบบ Copperplate มันจะเป็นอีกรูปแบบนึง ซึ่งก็พอเขียนได้นะ เราชอบแบบ Modern มากกว่า เราชอบการทำให้ตัวอักษรมันเบี้ยว ตามแบบที่เราอยากให้มันเป็น มันอ่านง่าย สบายกว่า

calligraphy

แรงบันดาลใจในการทำงานของ Typer :
มี Lettering Designer คนนึงที่ดังมาก เขาชื่อ เซบาสเตียน เลสเตอร์ (Sebastian Lester)  คนนี้ดังมาก ช่วงปีที่แล้ว การเขียน Calligraphy หรือว่า เขียนตัวอักษรศิลป์นั้น เขาเขียนเยอะมาก เราก็ตามดูเขาทุกคลิป และเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ทั้งเรื่องเขียนด้วย ซึ่งบางทีก็ไม่ใช่เค้าคนเดียวนะ ก็มีรุ่นพี่ที่ศิลปากรด้วย ที่เขาเขียนมาก่อนเราก็มี เห็นเขาเขียน เราก็อยากเขียนเป็น เราก็ฝึกๆ

Screen Shot 2559-06-14 at 5.44.39 PMScreen Shot 2559-06-14 at 5.45.56 PM


จุดเด่นของ Typer :

13076857_1740292336210837_4292403562186519780_n
โห ตอบยากมากเลยอะ ถ้าถามถึงตอนสอน เราว่าน่าจะเป็นเรื่องการเอาใจใส่นักเรียน เรื่องความอยากสอนของเรามันมีสูงมาก แต่สำหรับตัวของ Typer เราคิดว่าเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่จริงๆน่าจะเป็นเรื่อง การเขียนสไตล์ Modern Calligraphy เพราะไม่ค่อยมีคนไทยเขียนแบบ Modern ซึ่งถ้าถามถึง Calligraphy ตอนนี้ว่ามันมีคนเขียนได้มั้ย จริงๆมันมีเยอะมาก มากกว่าเมื่อก่อนอีก

เสน่ห์ของ Calligraphy คืออะไร :
ต้องยอมรับอย่างนึงก่อน ว่าคนยุคนี้อยากจะไขว่คว้างานอดิเรกมากๆ แล้วด้วยความที่งานอดิเรกที่นั่งทำหน้าคอม มันอาจจะไม่ค่อยสนุก เพราะการทำงานของคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ก็นั่งทำหน้าคอมมาตลอดอยู่แล้ว การทำอะไรที่เป็น Handcraft มันเป็นเสน่ห์มากๆ เช่นเดียวกับ Calligraphy ที่ต้องทำงานด้วยมือ จับได้จริงๆ ซึ่งต่อให้มันเขียนบน iPad ก็ตาม เราก็คิดว่ามันยังโอเคกว่าหน้าคอม
IMG_9253
แล้วตอนนี้มันก็มีเวิร์คช็อปเยอะแยะมากมาย ซึ่งมันเหมาะกับไลฟสไตล์ของคนไทยตอนนี้มาก เราก็คิดว่าเราสามารถเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ยิ่งถ้าชอบมันอยู่แล้ว อันนี้มันก็น่าจะตอบโจทย์เราได้ แล้วพอทุกอย่างมันเป็น Handcraft ด้วยมันก็ยิ่งส่งเสริมกันเข้าไปใหญ่ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวมากๆของเรา
IMG_9242
ด้วยความที่ก่อนหน้านี้เราทำเอเจนซี่โฆษณา แล้วเราอยู่กับคอมตลอด ใช้เม้าส์ปากกาทั้งวัน อันนั้นก็สนุกนะ แต่วันนี้กลายเป็นว่าคนที่เขียนด้วยมือ สมมุติคนเขียนจดหมาย 100 ใบ แค่เราชอบที่จะเขียน มันก็เขียนได้อยู่แล้ว

ขั้นตอนการทำงาน หรือ เตรียมการสอนของเรา :
               เริ่มจากในเพจก่อนละกัน ในเพจส่วนใหญ่แล้ว เราจะถามหา quote จากเพื่อนหรือจากอินเตอร์เน็ต เอาที่น้ำเน่าสุดๆ ดราม่า ติ๊งต๊อง กวนตีน คือจะมีอารมณ์ในตัวอักษรของมัน พอ quote ความหมายมันดีแล้ว เราแค่ผลักให้ฟ้อนต์มันสวยขึ้น มันก็น่าจะดึงดูดคนแล้ว
สำหรับของการสอนมันจะซับซ้อนกว่า มันไม่ใช่การคุยฝ่ายเดียวเหมือนบนเพจแล้วอะ มันเป็นการสอน เราต้องรีเสิชมากกว่าเดิม คนเรียนเขาจะถามอะไร สอนต้องเล่าอะไรบ้างโดยที่เค้าไม่ต้องถาม จังหวะการสอน ว่าเริ่มยังไง จบยังไง มันจะมีรายละเอียดเยอะกว่า พอเป็นการสอนก็จะซับซ้อนกว่า ละเอียดกว่าทำเพจมาก เพราะอย่างในเพจก็จะโพส โป้งเดียวจบไม่มีอะไรแล้ว

ความยากในการเริ่มต้นการสอนของเรา :
IMG_9284
อย่างที่บอกตอนแรก คือ เราเริ่มสอนเพื่อนที่ทำงานก่อน เลยไม่ได้คิดว่ามันยากขนาดนั้น แต่เราไม่ได้เตรียมตัวในการสอนเพื่อนมันก็มีตะกุกตะกักนิดหน่อย แต่พอเราเตรียมตัวอะ มันก็โอเคกว่า ก่อนที่จะเริ่มคลาสเเรก ตอนเดือนพฤศจิกายน นายลองเทสกับเพื่อนสองคน นัดเพื่อนมาที่ร้านกาแฟ นั่งด้วยกันสามชั่วโมงเลย แล้วลองสอน ให้ทุกคนฟีดแบค ว่าเราสอนเป็นยังไงบ้าง เพื่อนก็บอกข้อดี ข้อเสีย เราก็เก็บทั้งหมดนั้นมาปรับ เป็นคอร์สเเรก แล้วด้วยความที่เพจ Typer ตอนแรกมันพูดภาษาอังฤษมาตลอด ตั้งแต่เปิดเพจ พอวันนึงมันพูดภาษาไทย แล้วมันพูดว่ารับสมัครเวิร์คช็อป ทำให้คอร์สแรกเปิดไปภายใน 3 วันคอร์สเต็ม กลายเป็นว่าฟีดแบคดีมาก ดีกว่าที่คิดเยอะสุดๆ

12494705_1732661300307274_918092396305675399_n
ฝึกเขียน Calligraphy มีความยากยังไงบ้าง :
อันนี้เป็นคำถามที่ถามตัวเองตลอดเลยนะ เพราะถ้าเขียนไปเรื่อยๆ มันก็จะเหมือนเดิมเรื่อยๆ มันไม่มีทางพัฒนาได้ เราเชื่อว่าเราไม่ควรจะหยุดเรียนรู้ ซื้อหนังสือ ดูคนอื่นอย่าง SebLester ก็เป็นอินสไปร์ให้เรา แต่จริงๆทุกคนก็เป็นอินสไปร์ได้หมดเลยนะ อย่างอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย คนอื่นที่เขียนตัวอักษรเหมือนกัน แม้ไม่ใช่ Calligraphy ด้วย เราก็เรียนรู้จากเขาได้ พอเรียนรู้ปุ๊ป เราก็มาประยุกต์ เรียนรู้ สร้างอะไรใหม่ๆ จากการที่เราได้อินสไปร์มา แบบเส้นนี้สวย ชอบเส้นแบบนี้เอามาใช้ แต่บางทีไม่เวิร์คบ้างก็มี เราก็ต้องเอามาฝึกเขียนให้คล่อง ให้ชินมือเราเอง

IMG_9308

อย่างเรื่องการสอนมีความยากยังไงบ้าง :
เราแฮปปี้กับการสอนมากนะ เราได้เจอคนเฉลี่ยประมาณ 30 คนต่อเดือน กลายเป็นว่าเราสนุกกับการสอน การได้เจอคน ได้คุยกัน เราเป็นตัวเองมาก แล้วพอเป็นตัวเองมากมันเลยง่าย เพราะทุกอย่างที่เราสอน เราทำการบ้านตลอด มันเป็นการเอาตัวเอง มาบอกคนอื่นต่อมันเลยง่าย ตอนนี้เลยชอบการสอนมาก ได้เป็นตัวเอง ได้เจอคนที่หลากหลาย อย่างกลุ่มอาชีพที่มาเรียนก็จะมี ทนาย ครู หมอ หมอศัลย์ สัตวแพทย์ ทันตแพทย์ มีทั้งเจ้าของร้านกาแฟ ร้านทอง อย่างล่าสุดมี ร้อยตำรวจเอกหญิง แม้กระทั่งนักการเมือง คือเยอะมาก ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้ตลอดเวลามันสนุกมาก ตอนนี้อาชีพที่ยังไม่เคยมาเรียน คือ ทหาร นักบินอะไรแบบนี้ (ฮ่าๆ)

12238196_1685770294996375_7992000827801071823_o

อุปสรรคที่เหนื่อย ที่ท้อที่สุด :
คิดว่ายังไม่เคยเจอนะ เพราะเราเตรียมแก้ปัญหาอยู่ตลอด เราเชื่อว่าวันนึง เทรนด์ของการที่ทุกคนใฝ่หางานอดิเรก มันอาจจะจบลง เราก็เลยคิดว่าการสอนมันอยู่ไม่ได้ตลอดหรอก ก็เลยเตรียมตัวว่าวันนึง ถ้ามันมาเร็วกว่าที่เราคิดเราจะทำอะไรได้บ้าง เช่น การเขียน Wedding Card เขียน Invitation Card แบบนี้ งานชนิดนี้มันมีตลอด งานแต่งมันมีตลอด สมมุตินายมี Wedding Planner มาจ้างนายบางเดือนก็อาจจะมี สักงานสองงาน ทำให้เราไม่ต้องมานั่งคิดว่า เห้ย เดือนนี้เราไม่มีคนเรียนเลย เราก็แค่ต้องเตรียมพร้อมตลอด เพราะตอนนี้ยังไม่เจอขนาดนั้นมั้ง แต่ก็ไม่แน่วันนึงอาจจะเจอก็ได้

13331059_1754876258085778_8408823806147277626_n

งานเขียนที่ชอบที่สุด :

IMG_9237

จริงๆที่ชอบคือเป็นเรื่องของ quote มากกว่า ไม่ใช่เรื่องความสวยงามอย่างเดียว มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม เมื่อตอนที่เบลเยี่ยมเกิดเหตุระเบิด แล้วมันมีระเบิดเกิดขึ้นตามที่ต่างๆมาเรื่อยๆ มันเลยเกิด quote นี้ขึ้นมา แปลประมาณว่า ชั้นเบื่อกับสิ่งพวกบ้านี่ (ตามภาพด้านบน) มันเป็น Hashtag ที่ฝั่งยุโรปเค้าทวีตกัน อีกชิ้นที่ชอบคือตอนนั้นเราว่าง ก็เลยลองเขียนเรื่อยๆ ก็เขียน abc ธรรมดาเนี่ยแหละ เป็นอีกชิ้นที่ชอบเหมือนกัน

IMG_9245

งานที่ยากที่สุด :
ไม่เชิงว่ามีนะ แต่ส่วนใหญ่เป็นงานที่ ไม่พอใจ ที่สุดมากกว่า อารมณ์แบบพวก quote ยาวๆ เพราะเหมือนเราต้องแก้บ่อย ถ้ามันไม่โอเคเราก็จะแก้ไปเรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่ที่เขียน Calligraphy ของนาย นายจะไม่ลบ ผิดคือทิ้งอย่างเดียว เพราะถ้าลบปุ้ป มันจะเป็นด่าง งานส่วนใหญ่เราจะเขียนสดๆเลย ไม่ดราฟ ถ้ามันยากจะเป็นอะไรที่เยอะๆ คือเหมือนเขียนยาวๆ กำลังจะเสร็จ แล้วดันมาพลาดตอนสุดท้าย ก็ทิ้งแก้ใหม่

13062063_1739240062982731_8804643186111614859_n

12795521_1718171488422922_1091045283562196827_n

จุดที่เราตั้งว่าประสบความสำเร็จ :
จุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จจริงๆ เรามีไม่มี Goal มันเป็นเหมือน Check Point มากกว่า แบบจุดนี้ในระดับนึง จุดต่อไป ในอีกระดับนึง แล้วก็ต้องมีจุดต่อๆไป เรื่อยๆ เพราะ Goal มันไปถึง แล้วมันก็หยุดอะ จึงมองว่ามันน่าจะเป็นรูปแบบ Check point มากกว่า

อยากพัฒนา Typer ไปอยู่จุดไหนต่อ :

1917343_1726541097585961_2564058410069285060_n

ตอนนี้ที่แพลนไว้คือ Typer จะมีสตูดิโอ น่าจะเปิดภายในห้าเดือนนี้ เปิดเป็นสตูดิโอของตัวเองเลย แต่เราคงจะไม่ได้ทำคนเดียว คือน่าจะมีคนมาเพิ่ม ไม่ไช่แค่คนสอนเพิ่ม คือจะมีทีม เป็น Lettering Designer เพิ่มขึ้นมา จะมีขายอุปกรณ์ด้วย สมมุติอย่างเราไปซื้อของนะ คนในห้างก็จะเป็นแค่ คนขาย PC เขาแนะนำได้ในระดับนึง แต่อย่างเราเป็นคนเขียนมาอยู่แล้ว เราก็จะแนะนำได้ว่า อันนี้ดีแบบนี้นะ อันนั้นไม่ดี พอเค้ามาที่เราปุ๊ป เขาจะได้คำตอบที่ตอบโจทย์เค้ามากขึ้น ก็คือจะมีทั้งที่สอน สตูดิโอทำงาน แล้วก็มีอุปกรณ์ขายด้วย ช่วงระดับ 2-3 ปีนี้ คิดว่าสามอย่างนี้ก็น่าจะเหนื่อยเอาเรื่องแล้ว อาจจะมีเพิ่มอีก แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เราเตรียมต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ

รู้สึกว่าที่เราทำ มาถูกทางมั้ย :
โห ตอบไม่ได้เลยอะ เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาถูกทางมั้ย แล้วเราก็เพิ่งจะอายุ 24 เราล้มได้อยู่แล้ว อย่างที่บอกคือ สตูดิโอที่นายทำคือตั้งใจทำมากๆ ทุนก็มาจากเงินที่ได้จาก Typer ทั้งหมด เหมือนเราพร้อมเสี่ยง หมดก็หมด ไม่เป็นไร ค่อยหาใหม่ แล้วก็คิดว่ามันน่าจะโอเค แต่ก็มีปรึกษาเพื่อนเรื่องข้อกฏหมาย แพลนเนอร์ เพื่อนที่เป็นมาร์เก็ตติ้ง ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร พอเรามีพื้นฐานพวกนี้ เราก็จะเริ่มมั่นใจ ไม่ใช่เเบบคิด เออ ออ เองคนเดียว

IMG_9231

ความประทับใจการสอน :
นักเรียนน่ารักมาก 😀 กลายเป็นว่าเพื่อนบางคน ก็สนิทจากการสอนด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าเราได้เพื่อนใหม่ๆ มันก็เป็นเรื่องที่ดีมาก ที่ชอบที่สุดคือ เราได้เจอคนเยอะ ได้รู้สึกถึงความเจ๋ง ของหลายๆคน ที่มาเรียนกับเราโดยที่เค้าเปิดใจมากๆ

12592764_1704986499741421_3775628437517860597_n

เรามองตัวเองอีก 5 ปีข้างหน้าไว้ยังไงบ้าง :
เป็นภาพที่ลางมากเลยอะ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่หวังไว้ก็น่าจะ อยากเป็น Lettering Designer ระดับต้นๆของไทย พอทำได้แล้วก็คงพัฒนาไปเรื่อยๆจนกลายเป็น ต้นๆของเอเชีย จนไปถึงของโลกต่อๆไป (ฮ่าๆ) แต่มันไกลมากเลยนะ เพราะทุกวันนี้เราก็ยังงมๆอยู่เลย

IMG_9337

อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะเริ่มทำอะไรเป็นของตัวเอง :
เหมือนการทำ Typer เราไม่ได้คิดว่าเรากำลังทำอะไรบางอย่างเป็นของตัวเองนะ เราแค่ทำแล้วเราชอบ มันจึงเป็นของตัวเองได้ เราเลยออกจากงานประจำมาทำมันมากกว่า แต่ถ้าสมมติว่าอยู่ดีๆ คุณไม่มีความชอบ คุณเบื่อ จะออกจากงานประจำ แล้วจะออกเลย แบบนั้นมันเสี่ยง เราต้องชอบก่อน แฮปปี้กับอะไรบางอย่างก่อน ถ้าเราทำอะไรแล้วเราชอบ มันก็น่าจะดีอยู่แล้ว ต่อให้จะได้เงิน หรือ ไม่ได้เงิน ถ้าเราชอบ ทุกอย่างน่าจะแฮปปี้ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าชอบอะไร ก็หาก่อนก็ได้ อย่ารีบ อันนี้ไม่รู้ว่าเห็นต่างกับคนอื่นด้วยหรือป่าวนะ เรื่องที่ลองเริ่มจากทำงานตามคนอื่นก่อน เหมือนเราเอาเขาเป็นอินสไปร์เรชั่นได้ ได้เรียนรู้ ก้าวแรกๆมันก็โอเค แต่ก้าวที่สิบ ที่สิบเอ็ดแล้ว คุณก็ต้องมีจุดยืนของตัวเอง หัดสร้างรอยเท้าตัวเองได้แล้ว

IMG_9366

11755790_1646885175551554_2341077010537558125_n
ติดตาม Typer ได้ที่

Facebook : Typer
Instagram : @Typerofficial

สถานที่ @ Fab Cafe
BTS อารีย์

ติดตามข่าวสารของเราได้ที่
Instagram : ShopSpot_TH
Facebook : ShopSpot TH

Shopspot_free_download

บทความที่คุณอาจจะชอบ

คอนโดย่านอ่อนนุชกับเทรนด์ คาเฟ่ ฮิปสเตอร์มาแรง... ใครที่เป็นสายชิลวันหยุดก็ชอบออกไปหาที่เปลี่ยนบรรยากาศผ่อนคลายอารมณ์ แน่นอนว่าหนึ่งในสถานที่สุดฮิปยอดฮิตคงหนีไม่พ้น ‘คาเฟ่’ ที่นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับบรร...
NICH แบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติไทย พาสาวกแฟชั่นออกท่อง... ‘NICH’ แบรนด์แฟชั่นหรูฝีมือดีไซน์เนอร์ไทยเจเนเรชั่นใหม่อย่าง 'จ๋า-ณิชา จิรกิติ' ครีเอฟทีฟไดเร็คเตอร์ทายาทแห่งแบรนด์ Noriko เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ F...
How to : Pinky day on the Beach มาใส่สีชมพูสดใสไปท... ถึงแม้ว่าจะเป็นน่าฝน แต่อย่างที่รู้กันว่าทะเลไทยเที่ยวได้ทั้งปี เอมก็เลยมีลุคไปทะเลสดใส ฟรุ้งฟริ้ง ๆ หวาน ๆ ไปทะเล โดยใช้ "สีชมพู" เป็นไอเท็มหลักในก...
เปิดแล้ว! TOO FAST TO SLEEP SCB สเปซอ่านหนังสือกลา... ไทยพาณิชย์ จับมือ Too Fast To Sleep เปิดตัว “ TOO FAST TO SLEEP SCB ” เอาใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เปิดพื้นที่ชุมนุมทางปัญญาแห่งใหม่ใจกลางสยาม ตลอด 24 ช...